7 สัตว์ทะเล ต้องระวัง

21 ส.ค. 2019
tips

ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน เราต้องศึกษาหาข้อมูลให้เยอะ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยจะละเลยเฉยเมยไม่ได้เด็ดขาดและ Speed Republic ก็ให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก

วันนี้เลยคัด 7 สัตว์ทะเลที่พบเจอได้บ่อยๆ ในทะเลเมียนมามาบอกใครดำน้ำเจอจะได้ระมัดระวังกันไว้ และทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรจะสัมผัสหรือจับสัตว์หรือพืชใดๆ ในทะเลเด็ดขาด

ดาวขนนกเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายพืช อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มักจะพบตามแนวปะการังเกาะกับหลักที่ปักอยู่ริมชายฝั่ง หากผิวสัมผัสกับดาวขนนก จะทำให้เกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากสัมผัสถูกดาวขนนกให้ล้างผิวบริเวณนั้นด้วยแอลกอฮอล์ แล้วประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็น หากมีอาการรุนแรงต้องรีบส่งแพทย์ทันที

ดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์ทะเลที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม ด้านปากมีหนวดเรียงรายอยู่รอบปาก ด้านล่างเป็นฐานยึดเกาะอยู่กับก้อนหิน ก้อนปะการัง หรือฝังตัวลงในพื้นทะเลบริเวณดินเลนหรือดินทราย เมื่อสัมผัสหนวดของดอกไม้ทะเล จะทำให้เกิดผื่นแดงและคันบริเวณที่สัมผัส ถ้าอาการรุนแรงมากจะทำให้เกิดอาการบวมแดง มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างแผล และพยายามล้างเอาเมือก และชิ้นส่วนของหนวดดอกไม้ทะเลออกให้หมด ถ้าผู้ป่วยมีอาการทรุดลงให้นำส่งแพทย์โดยด่วน

ดาวหนามหรือดาวมงกุฎหนาม เป็นดาวทะเลชนิดหนึ่งที่มีแขนจำนวนมาก ตามผิวลำตัวมีหนามยาวประมาณ 1 นิ้ว อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง หากสัมผัสโดนดาวหนามแล้วจะทำให้เกิดบาดแผล และได้รับความเจ็บปวด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่อถูกหนามของดาวทะเลตำ แผลจะบวมแดง ถ้าหนามหักคาต้องผ่าหรือถอนออก และทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แช่ส่วนที่ถูกตำด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส ใช้ยาฆ่าเชื้อใส่บริเวณบาดแผล เพื่อป้องกันการอักเสบ

ปลาทะเลที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังหลายชนิด เป็นสัตว์กินเนื้อ และมีฟันแหลมคม ซ่อนตัวอยู่ตามโพรงหินปะการังและโผล่หัวออกมาเฝ้าดูเหยื่อและระวังศัตรู หากดำน้ำผ่านบริเวณที่ปลาอาศัยอยู่ ปลาก็อาจพุ่งตัวออกมาฉกกัดคล้ายงูได้ แม้ว่าปลาไหลมอร์เลย์จะไม่มีเขี้ยวพิษอย่างงูทะเล แต่เมือกในปากก็เป็นพิษอ่อนๆ ถ้าพบปลาไหลมอเรย์ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่อถูกกัดจะเกิดบาดแผลลึกจากเขี้ยวของปลา ทำให้มีเลือดออกมาก และอาจหมดสติได้ ต้องนำผู้ป่วยขึ้นจากน้ำ ห้ามเลือด และรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์โดยเร็ว แผลที่ถูกกัดมักมีนาดลึกต้องรีบทำความสะอาดแผลให้ทั่วถึง

เม่นทะเลมีหนามยาวจำนวนมากอยู่รอบตัว การเล่นน้ำ ดำน้ำในบริเวณที่มีเม่นทะเล คลื่นอาจซัดโดนตัวได้ หนามของเม่นทะเลมักเปราะหักง่าย เมื่อฝังอยู่ในเนื้อไม่สามารถบ่งออกได้อย่างเสี้ยนหรือหนามจากพืช เม่นทะเลบางชนิดมีต่อมน้ำพิษด้วย เมื่อถูกหนามเม่นตำแล้ว น้ำพิษยังอาจเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง เจ็บปวดและเป็นไข้ได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่อถูกหนามเม่นทะเลตำให้ถอนหนามออก ถ้าทำได้ หากถอนไม่ออกให้พยายามทำให้หนามบริเวณนั้นแตกเป็นชิ้นเล็กๆ โดยการทุบหรือบิดผิวหนังบริเวณนั้นไปมา แช่แผลในน้ำร้อนประมาณ 50 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยให้หนามย่อยสลายได้เร็วขึ้น

ปลาปักเป้าเป็นปลาที่รู้จักกันดีว่ามีพิษโดยเฉพาะไข่ ตับ ลำไส้ ผิวหนัง ส่วนเนื้อปลามีพิษน้อย การนำปลาปักเป้ามาบริโภค ถ้าก่อนนำไปปรุงไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง ทำให้พิษที่อยู่ในอวัยวะภายในปนเปื้อนเนื้อปลา จะทำให้ผู้บริโภคได้รับสารพิษ เกิดอาการชาที่ริมฝีปาก มีอาการคันแสบร้อนที่ผิวหนังและตา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดิน ขาอ่อนแรง หรือเกิดอัมพาต กลืนลำบาก หัวใจเต้นเร็ว เจ็บอก ความดันเลือดสูง จนถึงขั้นหยุดหายใจและเสียชีวิตได้ พิษของปลาปักเป้าเป็นสารเตโตรโดทอกซิน (Tetrodotoxin) ตัวอย่างปลาปักเป้าที่มีพิษได้แก่ ปักเป้าดำ และปักเป้าหนามทุเรียน

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

งดบริโภคอาหารแปลกๆ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามชาวประมง หรือคนในท้องถิ่น ถ้าหากได้รับสารพิษพยายามให้ผู้ป่วยอาเจียน โดยวิธีล้วงคอ หรือให้ผู้ป่วยดื่มผงถ่านกัมมันต์ผสมน้ำ อัตราส่วน 10 กรัม ต่อน้ำ 100 มล. เพื่อดูดซับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่ให้ดูดซึมเข้าร่างกาย แล้วรีบนำส่งแพทย์

ปะการังไฟ ไม่ใช่ปะการังแท้จริง แต่เป็นสัตว์ทะเลพวกเดียวกับขนนกทะเลและมีพิษเช่นเดียวกัน โพลิปมีขนาดเล็กอาศัยอยู่รวมกันเป็นนิคม โดยสร้างหินปูนเป็นฐานรองรับโพลิปจึงทำให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับปะการังมาก

ปะการังไฟมีรูปร่าง 3 แบบใหญ่ๆ คือ แบบแผ่น แบบก้อน และแบบแขนง โดยทั่วไปมักมีสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาล พบปะปนอยู่กับสัตว์อื่นในแนวปะการังทั่วไป หากสัมผัสกับปะการังไฟ จะทำให้เกิดรอยไหม้ บวมแดง และปวดแสบบริเวณผิวหนังที่สัมผัส

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ล้างแผลด้วยน้ำส้มสายชู หรือล้างด้วยอะลูมิเนียมซัลเฟต หากส่วนที่สัมผัสปะการังเป็นมือ ห้ามใช้มือเช็ดหน้าหรือให้เข้าตาโดยเด็ดขาด เพราะน้ำพิษของปะการังไฟที่ยังเหลืออยู่จะทำให้เกิดระคายเคืองได้